เกี่ยวกับเรา | Privacy Policy | ติดต่อเรา

ผู้เขียน หัวข้อ: พระเครื่องเมืองสยาม  (อ่าน 1150 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สาวกพระ

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 98
    • ดูรายละเอียด
พระเครื่องเมืองสยาม
« เมื่อ: 24 พฤษภาคม, 2013, 11:30:09 AM »


พระเครื่องเมืองสยาม
 
 "พระเครื่อง และเครื่องราง"ตั้งแต่ผมจำความได้ก็ทราบว่าชอบหรือจะถือว่าหลงไหลก็ว่าได้ จำไม่ได้ว่าเริ่มสะสมมาตั้งแต่อายุเท่าไหร่ เก็บไปเรือยมารู้อีกทีก็จะมีจำนวนมากกว่าพระของพ่อเสียแล้ว ยิ่งเป็นพระตระกูลพระร่วงยืนแล้วของชอบเพราะพระในจำพวกพระเนื้อชินนี่ราคาจะถูกเสาะหาง่าย และพระพุทธคุณก็จะเข้มขลังมาก คำว่าชินย่อมาจากคำว่า "ชินนะปัญจะระ"แปลว่าผู้มีชัย นัยว่ามีชัยในการศึกในครั้งก่อนกาล

 "ชิน"หมายถึงชนะ (ชินบัญชรคาถา แปลว่า ช่องทางแห่งความมีชัย)อันเป็นความเชื่อแต่โบราณ จึงนิยมมาสร้างพระเครื่อง นัยว่าเคล็ดข่มนามประการหนึ่ง ที่หมายถึง ผู้ชนะ มีชัยต่อข้าศึก

 ชินแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
 1.ชินเงิน เป็นโลหะผสมระหว่าง ตะกั่ว ดีบุก และปรอท พระเครื่องที่สร้างด้วยเนื้อชินเงิน องค์ที่ไม่ถูกความชื้น ผิวจะขาวแห้งสนิทตามอายุของการสร้าง ด้านหลังของพระจะมีรอยยุบเป็หลุมเป็นบ่อมากบ้าง น้อยบ้าง หรือมีรอยยาวโดยทั่ว ภาษาพระเรียกว่า ลายรากไม้หรือทางน้ำไหล บางองค์ถูกความชื้นก็จะมีรอยระเบิดปุดออกมาจากภายใน พระบางกรุมีสนิมดำ หรือสนิมตีนกามีรอยระเบิดจากภายในออกมา

 2.ชินตะกั่ว หรือชินสังฆวานรเป็นโลหะผสมระหว่าง ตะกั่วกับปรอท พระเครื่องที่สร้างถ้าแก่ตะกั่วสนิม จะมีสีดำ หรือมีสนิมไขขาว เกาะแน่น ตามอายุการสร้าง (สนิมตะกั่ว มีสีดำ หรือมีไขขาว)ถ้าองค์พระที่สร้าง แก่ปรอทจะมีสนิมไขขาว ภายในสีแดง หรือที่เรียกว่า "พระสนิมแดง" สนิมของปรอทจะมีสีแดง

 3.ชินอุทุมพร หรือชินเขียว เป็นโลหะผสมระหว่าง ดีบุก ตะกั่ว สังกะสี พลวง เหล็ก ปรอท และเงิน พระเครื่องที่สร้าง จะมีสนิมไขมันใสเป็นเม็ด คล้ายไข่แมงดา จึงเรียกว่า สนิมไข่แมงดา สนิมไขขาวน่าจะเกิดจากตะกั่ว สังกะสี ส่วนผิวย่น เกิดจากแร่พลวง สนิมดำเป็นจุดๆ ที่เรียกว่าปาน หรือผด เกิดจากสนิมของเงิน พระเครื่องในบางองค์เกิดสนิมแดง คงเกิดจากปรอท (โลหะชนิดเดียวที่เป็นของเหลว) คือส่วนบนสีแดง ตอนล่าง สนิมไข่แมงดา หรือปนกัไปในสนิมไข่แดงพระชินอุทุมพร ( ชินเขียว ) เนื้อพระจะแข็ง คงทน ไม่สึกง่าย บรรพบุรุษพุทธมามกะ จึงเลี่ยมขอบพระ ด้วยเงินห้อยสัมผัสกายนัยว่า อยู่ยงคงกะพันดีนักแล

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤษภาคม, 2013, 11:42:26 AM โดย สาวกพระ »